มือถือหรือสมาร์ตโฟน (Smartphone) กลายเป็นเพื่อนคู่ใจของคนยุคใหม่ไปแล้ว ไม่ว่าจะใช้ทำงาน ติดต่อสื่อสาร เรียนออนไลน์ หรือเพื่อความบันเทิง มือถือจึงเป็นอุปกรณ์ที่เราใช้งานแทบตลอดทั้งวัน แต่เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหามือถือเริ่มช้าลง แบตหมดไว หรือเสียจนต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่เร็วกว่าที่คิด บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานมือถือของคุณให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย ๆ แน่นอน!

1. ดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี
แบตเตอรี่คือแหล่งพลังงานหลักของมือถือ หากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ การใช้งานมือถือก็จะสั้นลงและสร้างความรำคาญใจอย่างมาก การดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีจึงเป็นการลงทุนเพื่อยืดอายุแบตมือถืออย่างมีประสิทธิภาพ
- 1.1อย่าปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยงบ่อย ๆ การปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือ 0% หรือดับเองบ่อย ๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ทางที่ดีควรชาร์จเมื่อแบตเหลือประมาณ 20-30% และไม่ควรใช้งานจนเครื่องดับเอง
- 1.2.ชาร์จแบตให้ถูกวิธี ควรใช้ที่ชาร์จที่ได้มาตรฐานจากผู้ผลิต หรือยี่ห้อที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการใช้ที่ชาร์จราคาถูกหรือของปลอม เพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายหรือเกิดอันตรายได้
- 1.3.เลี่ยงการชาร์จไปเล่นไป การใช้งานมือถือขณะชาร์จ โดยเฉพาะการเล่นเกมหรือดูวิดีโอ จะทำให้เครื่องร้อนและแบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ควรปล่อยให้เครื่องชาร์จจนเต็มก่อนนำมาใช้งาน
- 1.4.ชาร์จแบตถึงประมาณ 80% แม้มือถือรุ่นใหม่จะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ แต่การชาร์จแบตถึงแค่ 80% แล้วถอดสาย จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้มากกว่าการชาร์จจนเต็ม 100% แล้วเสียบทิ้งไว้
- 1.5.หลีกเลี่ยงความร้อน อย่าวางมือถือไว้ในที่อุณหภูมิสูง เช่น ในรถยนต์ที่จอดตากแดด หรือกลางแดดจ้า เพราะความร้อนจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว
2. จัดการความร้อนของมือถือให้ดี
ความร้อนก็เป็นอีกหนึ่งตัวร้ายที่ทำร้ายมือถือและแบตเตอรี่ของเราได้ ถ้ารู้สึกว่ามือถือร้อนบ่อย ๆ ชิ้นส่วนภายในก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น มาดูวิธีจัดการความร้อนแบบง่าย ๆ กัน ดังนี้
- 2.1.ปิดแอปที่ทำงานเบื้องหลังเมื่อไม่ใช้งาน แอปที่เปิดค้างไว้เยอะ ๆ จะทำให้ CPU ทำงานหนัก เครื่องร้อน และเปลืองแบต ควรปิดแอปที่ไม่ได้ใช้เป็นประจำ
- 2.2.เลือกเคสที่ระบายความร้อนได้ดี เคสบางรุ่นที่หนาเกินไปหรือไม่มีช่องระบายอากาศ อาจทำให้เครื่องระบายความร้อนได้ไม่ดี หากใช้งานหนักหรือชาร์จแบต ควรถอดเคสออกชั่วคราว
- 2.3.หยุดพักการใช้งานเมื่อเครื่องร้อน หากรู้สึกว่ามือถือร้อนผิดปกติ ควรหยุดใช้งานสักพัก หรือวางไว้ในที่เย็นๆ เพื่อให้เครื่องได้ระบายความร้อน
- 2.4.หลีกเลี่ยงการวางมือถือในที่ร้อนจัด เช่น บนคอนโซลรถยนต์หรือกลางแดด เพราะจะทำให้ทั้งเครื่องและแบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น
3. อัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ
การอัปเดตซอฟต์แวร์ก็เป็นอีกวิธีสำคัญที่จะช่วยให้มือถือของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยให้ปลอดภัยจากไวรัสหรือมัลแวร์ต่าง ๆ
- ติดตั้งอัปเดตล่าสุดเสมอ ผู้ผลิตมือถือมักปล่อยอัปเดตเพื่อแก้ไขบั๊ก เพิ่มความปลอดภัย และปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่อง ควรตรวจสอบและติดตั้งอัปเดตอยู่เสมอ
3.1 การแก้ไขข้อผิดพลาด (Bug Fixes) ในการใช้งานจริง อาจพบเจอปัญหาการทำงานที่ไม่คาดคิด หรือที่เรียกว่า “บั๊ก” ซึ่งอาจส่งผลให้แอปพลิเคชันขัดข้อง ระบบทำงานไม่เสถียร หรือแม้แต่ทำให้เครื่องค้าง การอัปเดตซอฟต์แวร์มักจะมาพร้อมกับการแก้ไขบั๊กเหล่านี้ เพื่อให้การใช้งานราบรื่นและเสถียรยิ่งขึ้น
3.2 การเสริมสร้างความปลอดภัย (Security Enhancements) โลกดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็พัฒนาตามไปด้วย การอัปเดตซอฟต์แวร์จึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันที่สำคัญที่จะช่วยอุดช่องโหว่ต่าง ๆ ที่อาจเป็นช่องทางให้ไวรัส มัลแวร์ หรือผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวของเราได้ การติดตั้งอัปเดตล่าสุดอยู่เสมอจึงเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลและอุปกรณ์ของเราในระยะยาว
3.3 การปรับปรุงประสิทธิภาพ (Performance Optimization) นอกจากการแก้ไขข้อผิดพลาดและความปลอดภัยแล้ว การอัปเดตซอฟต์แวร์ยังมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการพลังงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น การตอบสนองของระบบที่รวดเร็วขึ้น หรือการทำงานของแอปพลิเคชันที่ไหลลื่นกว่าเดิม การอัปเดตจึงช่วยให้มือถือของเรายังคงทำงานได้ดีแม้จะใช้งานมาสักระยะเวลาหนึ่งแล้ว
- หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปนอก Store การดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจนำไวรัสหรือมัลแวร์มาสู่เครื่อง ทำให้เครื่องช้าหรือเสียหายได้
3.4 การแพร่กระจายของไวรัสและมัลแวร์ (Virus and Malware Distribution)แอปพลิเคชันที่มาจากแหล่งที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ อาจมีการฝังโค้ดที่เป็นอันตราย เช่น ไวรัส สปายแวร์ หรือมัลแวร์อื่นๆ ที่สามารถขโมยข้อมูลส่วนตัว ทำลายระบบปฏิบัติการ หรือแม้แต่ควบคุมอุปกรณ์ของเราจากระยะไกลได้
3.5 การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Breach) แอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถืออาจถูกออกแบบมาเพื่อหลอกลวงให้ผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลบัตรเครดิต หรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การโจรกรรมทางไซเบอร์หรือการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด
3.6 การทำงานที่ไม่เสถียรและส่งผลกระทบต่อระบบ (System Instability and Impact) แอปพลิเคชันที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีโค้ดที่ไม่สมบูรณ์ หรือเข้ากันไม่ได้กับระบบปฏิบัติการของมือถือ ทำให้เกิดปัญหาการทำงานผิดปกติ เครื่องช้า ค้าง หรือเกิดข้อผิดพลาดอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การใช้งานโดยรวม

4. ทำความสะอาดมือถือเป็นประจำ
มือถือของเราเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและฝุ่นละอองต่าง ๆ ได้ง่ายมาก ถ้าเราไม่ดูแลทำความสะอาด อาจส่งผลต่อสุขภาพของเราและการทำงานของเครื่องได้ มาดูวิธีทำความสะอาดง่าย ๆ กัน
- 4.1เช็ดหน้าจอและตัวเครื่อง ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ (เช่น แอลกอฮอล์ 75% ขึ้นไป) เช็ดหน้าจอ ฝาหลัง และขอบเครื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
- 4.2เป่าฝุ่นตามช่องต่าง ๆ ใช้ไม้จิ้มฟันพันสำลีหรือแปรงขนอ่อนจุ่มแอลกอฮอล์ เช็ดตามช่องลำโพง ช่องชาร์จ และขอบรอยต่อต่าง ๆ เพื่อป้องกันฝุ่นอุดตัน
- 4.3ถอดเคสออกมาทำความสะอาด แกะเคสมือถือออกมาเช็ดทำความสะอาดแยกจากตัวเครื่อง เพื่อป้องกันเชื้อโรคสะสม
5. ระมัดระวังการใช้งานมือถือ
การใช้งานมือถืออย่างทะนุถนอมก็จะช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและยืดอายุการใช้งานของมือถือเราได้
- 5.1 ใส่เคสกันกระแทกและติดฟิล์มกันรอย อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ การใส่เคสและติดฟิล์มกันรอยจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการตกหล่น
- 5.2 หลีกเลี่ยงการทำตกหล่น พยายามจับมือถือให้มั่นคง ไม่วางไว้บนขอบโต๊ะหรือที่สูง ๆ ที่อาจตกหล่นได้ง่าย
- 5.3 ระวังความชื้นและน้ำ แม้มือถือรุ่นใหม่จะกันน้ำได้บางระดับ แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการนำมือถือไปใกล้ที่เปียกชื้น เช่น ห้องน้ำ หรือใช้งานขณะฝนตก
สรุป
สมาร์ตโฟนปัจจุบันเป็นอุปกรณ์สำคัญในชีวิตประจำวัน การดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็น 5 เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานมือถือ ทั้งวิธียืดอายุแบตมือถืออย่างถูกวิธี การจัดการความร้อน การอัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ การทำความสะอาดเครื่อง และการใช้งานอย่างระมัดระวัง หากต้องการอุปกรณ์เสริมคุณภาพดีสำหรับดูแลสมาร์ตโฟนของคุณ
ที่มา : https://www.advice.co.th/news-review/4825#:~:text=1.%20ดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี

